Osaka - Day 1
posted on 21 Jun 2009 14:22 by herosmile in TVXQmodeก่อนมาออกตัวดี ตอนไปเช็คอินไม่ต้องรอนานมีเวลาเดินเล่น Duty Free แล้วก็มีเวลากินเบอร์เกอร์คิงด้วย
หลับๆ ตื่นๆ ก็มาถึงโอซาก้าแล้ว ผ่าน Immigration มาอย่างรวดเร็วเพราะไม่ค่อยมีคนเดินทางกันช่วง(หวัดระบาด?)นี้
โผล่พ้นออกมาจะไปซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมืองที่ Tourist Information counter ปรากฎเช้าเกินระบบยังไม่เปิด ให้ไปซื้อที่สถานีเอง แต่ดันไปได้อย่างอื่นมาคือตั๋ว 2 Days Osaka unlimited pass ทั้งที่มีที่อยากไปไม่กี่ที่ แต่ซื้อแล้วลองบวกลบคูณหารค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่รวมอยู่ในพาส คิดว่าน่าจะคุ้ม สองวัน 2700 เยน (วันเดียว 2000 เยน)
ใช้เดินทาง Osaka city subway, new tram และรถเมล์ เริ่มใช้ตอนไหนก็นับไปสองวัน ไม่จำเป็นต้องซื้อปุ๊ปใช้ปั๊ป
วิธีใช้พาสโดยสารถไฟ ก็เสียบช่องเสียบตั๋วเลย พาสแบบสองวันจะใช้รถใต้ดินได้หลายสายมากกว่าออกจะครอบคลุม ส่วนที่เข้าชมสถานที่ต่างๆ ต้องใช้คูปองที่ให้มาพร้อมแสดงบัตรพาส ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่บัตรพาสยังไม่หมดอายุ
อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.pia-kansai.ne.jp/osp/en


ตั๋วรถไฟ สมุดแนะนำและคูปอง
จะเดินทางเข้าเมืองใช้รถบัสก็ได้รถไฟก็ได้ แต่รถบัสอาจจะแพงกกว่ากะนานกว่านิ(ขึ้นอยู่กับปลายทาง) โรงแรมที่พักอยู่ใกล้สถานีรถไฟ เลยไปรถไฟดีกว่าต่อเดียว ไม่งั้นถ้านั่งรถบัสไปก็ต้องแบกเป๋าไปต่อรถไฟอีก ค่าเดินทางรวมแพงกว่าด้วย

รถไฟไปโอซาก้ามีสองยี่ห้อ Nankai กับ JR ถ้าใช้ Nankai ถูกกว่าราคา 890 แต่ใช้เวลานานกว่านิดนึง ถ้าเป็นรถด่วนต้องจ่ายเพิ่ม ห้าร้อยเยน แต่ถ้าเป็น JR ด่วนไม่ด่วน ไงก็ราคานี้ 1030 เยน
ตอนไปซื้อตั๋วมันได้เวลาพอดีเลยไปด้วย JR คราวก่อนเคยนั่ง Nankai แล้วเลยลองเจอาร์บ้าง ตอนไปกดตู้ซื้อตั๋ว มีคนแขกมาถามเรื่องตั๋วกะตารางรถไฟ แต่ดันถามเป็นภาษาญี่ปุ่น แทนที่จะคุยกันภาษาอังกฤษง่ายๆ ก็ยังอุตส่าห์ช่วยเค้า(มั่ว)ได้นะ

เดินทางไปลง JR Shin Imamiya ลากกระเป๋าใหญ่โตเดินหาลิฟท์ เจอนายสถานีเดินตัวตรงแน่วผ่านมาเลยไปถามว่าลิฟท์อยู่ไหน ปรากฎว่า ไม่มี!!! ไงหละ อยากจะทดสอบความทุลักทุเลนักใช่มั้ย จัดไปเลย ขามาชั้นไม่หวั่นแต่ชั้นหวั่นขากลับ ><
นายสถานีน่ารัก เดินย้อนกลับมาถามว่า ช่วยยกกระเป๋ามั้ย เป็นภาษาอังกฤษ แต่ชั้นดันตอบเป็นญี่ปุ่น ก็ไอ่แค่คำว่า "daijoubu" มันสั้นง่ายได้ใจความว่า "ไม่เป็นไรมิได้ พี่อายกระเป๋าควายๆ ของพี่หนักนิดนึง" นายสถานีที่น่ารักก็เดินตัวตรงลงบันไดไป
ข้าพเจ้าก็แบกกระเป๋าลงบันไดตามมา อืมม บันไดไม่สูง ลงมาปุ๊ปก็หน้าทางเข้าออกแล้ว โผล่ออกมาก็เจอสี่แยกใกล้โรงแรม พักที่ Hotel Chuo มาด้วยเจอาร์สะดวกกว่า Nankai เพราะสถานี Nankai Shin Imamiya ไกลกว่า (เทียบเวลาโดยโรงแรมคือเดิน 7 นาที แต่เจอาร์เดิน 3 นาที)
ไปถึงโรงแรมปรากฎว่าไม่ต้องรอเวลาเช็คอิน ได้กุญแจห้องเลย เย่ พนักงานเอาซองพัสดุที่เพื่อนส่งมาให้ให้เรา จากนั้นก็ขึ้นห้อง รื้อของ ต่อเนต

เล็กแต่ดี ถูกด้วย 2600 เยน เสียก็แต่เสียงรถไฟ แต่ทนดร้ายยย
นั่งแกะซองพัสดุ นอกจากตั๋วและของที่มากับตั๋ว ใส่ซีดีมาได้อีกสองแผ่น เห็นแล้วงง ซื้อด้วยหรอ จริงๆ รู้ว่าซื้อแต่มันนานจนจำไม่ได้แล้วหนะนะ แกะลุ้นรูป ได้จุน กะ แจ เย่ มิกเกร้ไม่มา โฮะ ๆ ๆ แต่ได้รูปรวมด้วยหรอ มันโปรโมชั่นตอนนั้นใช่มะ แต่เราลืมไปแล้ว


ต่อไปก็รื้อของที่มากับตั๋ว อยากจะแซ่บว่าจ่ายแพงกว่าสองพันเยนได้อะไร ตอนข่าวคอนแรกๆ เห็นแต่เชือกข้อมือไรนั่น นึกว่า ต๊าย จ่ายสองพันเพื่อสิ่งนั้นหนะหรอออออออ ปรากฎว่าได้ที่ใส่รูปด้วย ม่วงมากมาย ตอนที่ในเวบนึกว่ามันคือที่ใส่บัตรรถไฟ ปรากฎมันใหญ่เหมือนกันนิ เดือดร้อนต้องไปหารูปมาใส่ซะแหละ จะได้เป็นที่ระลึกต่อไป

คุ้มมั้ยแพงกว่าสองพันเยน ?

ปกหน้า

ปกหลังบอกวันที่ด้วยยยยย
ต่อไปรื้อเชือกข้อมือ มันก็เชือกดีๆ นี่เอง แต่เพลท (เค้าเรียกไร จี้?) วัสดุดีกว่าที่คิดนะ ใสๆ ดี แต่ลองใส่แล้วก๊องแก๊งมาก ถ้าเชือกเก่าเปลี่ยนไปเป็นจี้สร้อยคอก็น่าจะดีนะ


หลังจากรื้อของ แชทกะแฟนมริก คิดเรื่องบัตรพาสสองวันนั่น ว่าใช้วันนี้ไม่ได้ดิเพราะพรุ่งนี้เจอเพื่อนก็เที่ยวกะเพื่อน มันต้องใช้สองวันติด งั้นก็ไว้ใช้พรุ่งนี้มะรืนนี้ ตอนเย็นออกไปหน้าคอนดีมั้ยเพื่อมีตั๋วเหลือ ออกไปร้านจัมป์ งั้นๆ งู้นๆ แล้วดิชั้นก็หลับไป
ตื่นมาอีกทีเวลาเค้าเปิดให้เข้าในฮอลล์แล้ว = =" อาบน้ำแต่งตัวไปก็เวลาคอนเริ่มพอดีอ่ะ อย่าไปหาตั๋วมันเลย เปลือง ไปซื้อของหน้าคอนแล้วไปเที่ยวต่อดีกว่า
ออกจากโรงแรมเดินไป JR Shin Imamiya คิดว่าตัวเองขึ้น Loop line นะ ก็นั่งคิดว่าวันไหนทำไรดี ไปไหนดี วางแผนให้คุ้มค่าพาส สักพักเริ่มรู้สึกว่า ทำไมไม่ถึงซะที(วะ) พอตั้งใจฟังชื่อสถานีแบบว่าไม่คุ้นแล้ว ยังงี้มันไปที่อื่นแว้วววว ต้องลงมานั่งรถกลับไป Osaka Jou Koen station

กลับมายืนที่เดิม... Osaka Jou Hall

ไปถึงคนน้อย แวะไปร้านรูปก่อน รูปไม่โดนใจเลย แฟนมริกกะแฟนยุนฝากเลือกรูปนะ แต่ข้าพเจ้าไม่ซื้อให้อ่ะ ไม่โดน ไปซื้อของดีกว่า
ต้องซื้อของให้คนสิบคนรวมตัวเอง แต่ชั้นอยากได้ใบเสร็จสองอัน (พอแล้วไม่ทำแบบปีก่อนแล้ว ไม่ต้องมีครบก็ได้ขอจุนกะแจพอ) ก็ต้องวนเอาใบเสร็จให้ได้สิบเอ็ดอัน คอนเริ่มไปแล้ว คนมาซื้อของก็น้อย ก็วนงงๆ เค้าไม่ยอมขายต่อทั้งที่ไม่มีคนต่อหลัง ต้องให้เปลี่ยนเคาท์เตอร์ ก็สลับไปสลับมาสองเคาท์เตอร์(เปิดแค่สองเคาท์เตอร์) มีคนอื่นมาซื้อด้วยบ้างเล็กน้อย วนไปวนมาเหมือนกัน ลุ้นใบเสร็จเหมือนกันนั่นแหละ
โลจิกของลายเซ็นคืออะไร ห้าอันเรียงวนหรือสุ่มออกมาจากไหน ถ้าเรียงวน เค้าเลยไม่ให้เราซื้อติดกันเดี๋ยวได้ครบเร็ว อะไรยังงี้ป่าว
ยังไงก็แล้วแต่ ใบเสร็จแรกซื้อแค่ที่มัดผม ได้แจจุง บันไซ!!! พอแกะที่มัดผมได้รูปมิก ปร่อยยยย ไม่ยอมปล่อยชั้นกะแจใช่ม้ายยย
แต่วนไงก็ไม่ได้ลายเซ็นยุนเลยคิดว่าพอเหอะ อาย พรุ่งนี้ค่อยซื้อต่อ เด๋วร้านจัมป์มันจะปิดด้วยแหละ
นั่งรถไฟไป JR Osaka ร้านจัมป์อยู่ในตึก Yodobashi Umeda ชั้น 7

ตอนแรกเดินเลยตึกด้วยนะ ใหญ่ขนาดนี้ยังไม่เอะใจอีกเรอะ นึกว่าเป็นร้านเดี่ยวๆ ไง แผนที่หนะจำก่อนออกจากห้องไม่ได้จด เดินไปเรื่อยไม่เห็นซะที คิดไปคิดมา วงกลมๆ ใหญ่ในแผนที่น่าจะตึก Yodobashi นะ เลยเดินย้อนกลับมา แล้วมันก็ใช่อ่ะ = ="" ขึ้นไปชั้นเจ็ดด้านหลังอีกนะ โผล่จากลิฟท์มาเจอ Uniqlo งง ต้องเดินออกจากร้านเสื้อมาก่อน ก็จะเจอ เออ เออ เออ

อุ กรี๊ดดดด

มองทางนี้ก็หล่อ

มองทางนี้ก็สึนะติดฟายยย
เข้าร้านไปเสียเงินแต่โดยดี ซื้อของที่เพื่อนฝากซื้อเสร็จก็ส่องของที่เราอยากจะได้ อยากได้กระเป๋ากบแบบนารูโตะแต่ไม่มี มีร่มแสงอุษา น่าซื้อเนอะหน้าฝนพอดีแต่เวลาใช้คงเขินอ่ะ เดินวนๆ วนอยู่นั่น ยังไงก็คิดว่าพัด KHR สวยมาก แต่มันใหญ่แล้วก็พกไม่ได้นะ ไม่ใช่พัดพับ พัดพับก็แพงเกิน พัด uchiwa อ่ะ ห้าร้อยเยน หน้าโกคุเดระใหญ่บึ้ม
เดินวนไปเรื่อยเห็นสาวๆ เล่นตู้การ์ดนารูโตะ(หยอดเงินแล้วเล่นเกมต่อสู้จากนั้นการ์ดจะออกมา) อิอิ สาวๆ ก็ชอบโตะ ลุ้นกะเพื่อนใหญ่เลย รุมเล่นกันสามคน ผู้หญิงสองคนลุ้นใกล้ๆ ผู้ชายยืนดูเพื่อนเล่น ชั้นก็อยากลองเล่นการ์ดตู้เหมือนกันแต่ไม่กล้ามั่ว เขินด้วยมันต้องกดปุ่มนั่นๆ นี่ๆ ต่อสู้
เดินวนมาเจอตู้โปสเตอร์ limited KHR เคยหยอดมาได้สองใบแล้วคือ Hibari กับ Mukuro ดวงกับสองคนนี้ไม่เคยพลาด อยากได้โกคุก็ไม่ยอมมา ไหนๆ หลงทางกว่าจะมาถึงร้านลองเสี่ยงดวงหน่อยดีกว่า
ปรากฎว่า หลอดแล้วสี่ร้อยเยน โปสเตอร์ไม่ออก!!! ซวยตั้งแต่เริ่ม
หันไปสบตาพนักงานที่เคาท์เตอร์ กวักมือเรียกเค้ามาดูให้หน่อย เค้าก็มาทำให้ เปิดตู้เอาเหรียญออก หยอดไปใหม่ โปสเตอร์ก็ไม่ออก กลับไปแก้ไขแบบเดิม ก็ไม่ออก สุดท้ายคราวนี้เอาเหรียญไม่ออก ต้องแงะเอาระบบเหรีญนั่นออกมาเคาะๆ เอาเหรียญออกมา แก้ได้ประกอบใหม่ หยอดเหรียญอีก เหรียญติด = ="
เค้าพยายามในการแก้ไขมาก เป็นชั้นให้หยิบโปสเตอร์เองไปแหละ ก็เปิดตู้มาก็เห็นกันตรงหน้านั่นหนะ ชวนให้คิดว่าชาติเค้าไม่เคยโกงหรือไง ฮ่าาา ชั้นก็รอเค้าแก้ไปพลาง หันมาขอโทษเราไปพลาง ห้าหกรอบหละม้าง ก็เลยถ่ายรูปเล่นรอ

เห็นก้านร่มแสงอุษามั้ยแดงๆ เห็นพนักงานมั้ยเปิดตู้นั่นหนะ พยายามแก้ไขอยู่

หลังตู้มีโฆษณาการ์ดเกม KHR
สุดท้ายพนักงานไม่ไหวแล้ว(หรือร้านใกล้ปิด) เค้าเลยบอกว่าหยิบไปเลยละกัน แล้วเค้าหยิบให้ ฮาดี ก็ไม่ใช่หัวเราะในความพยายามที่ล้มเหลวหรอกนะ แต่รู้สึกว่าเค้าช่างพยายามจริงๆ ไม่เคยลักไก่ใช่มั้ย มันน่ารักดีหนะ
แต่ชั้นขอเค้าว่าขอหยิบเองนะ บอกเค้าว่าอยากได้โกคุเดระ เค้าก็ให้หยิบเองนะ ตอนนั้นก็เรียกโกคุ โกคุ โกคุกลับบ้านกัน ล้วงไปถึงก้นตู้เลยอ่ะ หยิบออกมาส่อง โกคุเดร้าา กรี๊ดดดดดด
พนักงานก็ดีใจด้วยชมโกคุว่าเท่ด้วย ดีใจที่ได้มากๆ ช่างมีค่าละเกิน สี่ร้อยเยนตรู คือพยายามขนาดนี้แล้วไม่ได้มันจะเซ็ง
ก่อนกลับไปหยอดตู้ไข่นอกร้าน หยอด Swing 5 จะเอาเกะ ดันได้ชุดเดิมซ้ำเลย ซาซึ โอโรจิ เลิกหยอดเลย ของเดิมซาซึ โอโรจิ คัชชี่ ตอนนี้มีห้าตัวไม่มีเกะ ปวดตับ เดี๋ยวไปเล่นร้านอื่น เล่นการ์ด เล่นเข็มกลัดไรไปเรื่อย จนเค้าขนตู้ไปเก็บหมดอ่ะ (ร้านปิดสามทุ่ม)
จากนั้นก็หาอาหารค่ำ ตั้งแต่มาถึงไม่ได้กินไรเลยนอกจากน้ำชากะขนมนิดหน่อยก่อนนอน เดินหาร้านหมูทงคัตสึที่ใช้บัตรพาสลดราคาได้ ต้องเดินย้อนไป Hankyu Umeda แต่ไปถึงร้านปิด = =" เดินกลับมากินที่ตึก Yodobashi อย่างเดิม
เดินวนหาของกิน จนมาจบที่ร้าน Chabuton ชั้นแปด ก็เพราะเห็นคำว่า TV Champion หนะสิ
การสั่งอาหารก็กดคูปองที่ตู้ ตอนแรกเดินเข้าร้านไปเลย พนักงานชี้ให้มาที่ตู้ ไม่เข้าใจทำไมพนักงานขายราเมงมักจะหล่อ
ไปถึงตู้อ่านไม่ค่อยออก ที่อ่านออกก็แปลไม่ได้ ฮ่า แต่เห็นเมนูที่ขายเฉพาะช่วงเย็นดูพิเศษดีนะ หลังห้าโมงเย็นถึงจะขาย ก็เลยเลือกมา ราเมงกลางคืน 800 เยน เค้าวงเล็บว่าใส่กระเทียม ก็ไม่รู้แบบธรรมดาไม่มีกระเทียมหรือยังไงนะ แล้วก็กดคูปองเพิ่มต้นหอมอีก 100 เยน


นั่งรอไปก็ส่องป้ายประกาศศักดาไป ประวัติยาวนานนะตั้งกะปี 1996 แหนะ เชฟหล่อไปป่ะ
ไปดูในเวบร้านมา เหมือนว่าราเมงกลางคืนเนี่ยสำหรับชาร์จพลังงานจากการทำงานมา หรือไม่ก็หลังไปดื่มมาอ่ะ คนขายคงงง ชั้นจะสั่งทำไม แต่ชอบกินกระเทียมนี่นา

มาแว้วราเมงกลางคืน หอมถ้วยนั้นร้อยเยนเชียวนะ -*-

น้ำใส่ถ่าน ดื่มแล้วจะสวยมั้ย
กินราเมงเสร็จก็กลับโรงแรม รื้อข้าวของออกมา เพียบอ่ะ แต่ท่าทางของเล่นจะเยอะกว่าของนักร้อง เรื่องของเล่นมีไรบ้างเด๋วว่ากันอีกทีเนอะ

เห็นเกะมั้ย งุงิ อยากกิน(ขนม)เกะ
วันแรกก็จบลงเพียงเท่าเน้ ทั้งที่นอนจนเย็นแต่ก็สลบเหมือดไปอีกรอบ
ป.ล แผนที่ร้านจัมป์ก็เขียนว่า Yodobashi umeda ชั้นเจ็ด เสร่อเอง

อิจฉาพี่มากกกก เราอยากมีดวงกับเคียวยะบ้างจังเลยค่ะ
ของเราดวงขึ้นกับยามะมากจนบางครั้งยังแอบโมโห
โปสเตอร์ limited 3 ได้ทุกคนยกเว้นเคียวยะ...
ช่างมีดวงด้วยกันสุดๆจริงๆ
ขนาดหยอดไปตั้งยี่สิบแปดเหรียญยังไม่ได้เลย(แค้นใจ ทำไมเล่นตัวแบบนี้)
ขำ(แบบเอ็นดู)คุณพนักงาน อ่านแล้วรู้สึกว่าน่ารักจังเลย ช่างผิดกับพนักงานอนิเมทที่ทาจิคาวะ
ได้เจอคนดีๆทั้งนั้นเลยนะค่ะ คุณตำรวจก็นิสัยดี ทำไมเราไม่ยักเจอแบบนี้บ้าง(หรือเพราะเราอยู่โตเกียว...อืม ส่วนใหญ่คนโอซาก้านิสัยดีกว่าอยู่แล้วนินะ)
อยากได้การ์ดReborn3x3แต่งงกับการซื้อมากเลย
ขนมอุราฮาร่าอร่อยมั้ยคะ?
ปล.ขนมเกะที่ฝากมากได้กินแล้วค่ะ
ปล.(อีกรอบ) ขอบคุณสำหรับเคียวยะนะคะ
#1 By Mind on 2009-06-24 04:40